Axelar | ว่าที่ Infinity Guantlet ในโลกคริปโต?

05/01/2022
Varun

"ถ้า Thanos มี Infinity Gauntlet สำหรับรวมพลัง Infinity Stone ทั้ง 6 เม็ดเข้าด้วยกัน Axelar ก็เปรียบเหมือน Infinity Gauntlet ในโลกของคริปโตที่จะเชื่อมโยงบล็อคเชนทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อก่อให้เกิดโลกไร้ศูนย์กลางอย่างแท้จริง"

Axelar Cover

ทิศทางของโลกคริปโตในปี 2022

ในปี 2021 ธีมของ blockchain จะเป็นเรื่องของ NFTs และ Gamefi เป็นหลัก แต่ในปี 2022 นี้เทรนของ blockchain นั้นจะมาในเรื่องของการทำให้ blockchain นั้นสามารถเค้าถึงคนหมู่มากได้ง่าย เพื่อให้เกิด Mass Adoption เหมือนการเปลี่ยนจาก Web 1.0  มาเป็น Web 2.0 ซึ่งการที่จะทำให้ blockchain นั้นเค้าถึงคนหมู่มากได้นั้นก็จะมี 2-3 ประเด็นที่เป็นเทรนที่คนจับตามองกันไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Web 3.0 Infrastructure หรือ Decentralized Cloud Server หรือเรื่องของ Interoperability ซึ่งเจ้า Interoperability นี่แหละ คือสิ่งที่โปรเจค Axelar กำลังซุ่มพัฒนาอยู่เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาต่างๆของระบบ blockchain ในปัจจุบัน

Interoperability คืออะไร และทำไมมันถึงจะเป็น the next big thing ในโลกของ Blockchain ยุคถัดไป

Interoperability แปลเป็นไทยก็คือการทำงานร่วมกัน ซึ่งในโลกของ blockchain คำว่า interoperability ก็คือการทำงานร่วมกันและการสื่อสารระหว่าง chain แต่ละ chain ถ้าทุกคนที่อ่านบทความนี้เคยได้ลองใช้งานตัว Defi หรือ Dapp มาบ้าง อาจจะมองเห็นถึงปัญหาที่ใหญ่มากๆของ blockchain อย่างหนึ่งซึ่งนั่นก็คือ การที่เราไม่สามารถนำ Digital Assets เช่น เหรียญหรือ NFTs จาก chain หนึ่งไปใช้งานกับอีก chain หนึ่งได้

ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติคุณซื้อ NFTs ในเชน Ethereum คุณจะไม่สามารถนำ NFTs นั้นไปขายหรือใช้งานบนเชน Solana ได้เป็นต้น ซึ่งในอุดมคติของ Web 3.0 แล้วสินทรัพย์ดิจิตอลทั้งหมดควรจะสามารถสื่อสารและเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างกันได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเหรียญหรือ NFTs ในเกมส์ก็ตาม

อย่างไรก็ตามที่จริงแล้วในปัจจุบัน เรื่องของ interoperability ก็มี solution ที่มาแก้ไขปัญหาเหล่านี้บ้างแล้วเหมือนกัน เช่น

1. ระบบการทำงานแบบรวมศูนย์  (Centralized System) :
ระบบการทำงานแบบรวมศูนย์มีข้อดีคือทำให้การเชื่อมโยงเชนทั้งหมดเข้าหากันได้โดยง่ายมากๆ รวมทั้งยังสามารถสเกลได้อย่างรวดเร็วสุดๆ อีกทั้งยัง list เหรียญต่างๆได้ง่ายและฉับไวสุด แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของระบบการทำงานแบบรวมศูนย์ก็คือการที่ระบบนี้เป็นระบบที่ค่อนข้างขัดกับหลักการของ blockchain ที่ต้องการให้ระบบเป็นแบบกระจายศูนย์ (Decentralized System) ที่จะไม่ให้มีเจ้าใหญ่รายใดรายนึงสามารถเป็นผู้ควบคุมระบบได้ ระบบนี้จึงเป็นระบบที่ชาวคริปโตไม่ค่อยชื่นชอบและต้องอาศัยความเชื่อใจสูง

2. Interoperability Hub (layer0) :
ระบบนี้คือการสร้างระบบ infrastructure ให้เชนอื่นๆมาสร้างไว้บน platform ของตัวเองอีกที ตัวอย่าง platform ที่ใช้วิธีการนี้ก็อย่างเช่น Cosmos, Polkadot, Avalanche เป็นต้น ซึ่งระบบนี้ทำให้การเชื่อมต่อบล็อคเชนที่สร้างอยู่บน platform เหล่านี้สามารถสื่อสารกันได้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งยังสามารถสเกลได้ง่ายอีกด้วย อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ตรงที่บล็อกเชนที่สร้างอยู่บน layer 0 เหล่านี้ ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือสื่อสารกับบล็อคเชนที่อยู่นอก layer 0  ได้

3. การ Bridge แบบต่างๆ  (Pairwise Bridges/ Single-purpose Bridge) :
การทำสะพานเชื่อมแต่ละ assets ให้สามารถเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างเชนได้เช่น การ wrapped asset หรือการเขียนsmart contract เพื่อ bridge แต่ละ asset โดยเฉพาะ เป็นต้น ซึ่งวิธีการนี้มีปัญหาเรื่องการสเกลที่ยากมากๆลองคิดดูว่าถ้าคุณอย่างจะเชื่อมโยง 10 assets ไปยัง 10 platforms คุณต้องเขียน Smart Contracts ใหม่ 100 ครั้ง ถือเป็นการเสียเวลาและยากลำยากมากๆ

Axelar คือ เครือข่ายที่จะช่วยให้ทุกเชนทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาแบบไหนก็จะต้องเจอปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการสเกลที่ต้องใช้แรงงานและเวลาที่เยอะ อีกทั้งยังไม่สามารถสื่อสารกันระหว่าง chain เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ 100% ดังนั้นจากการมองเห็นปัญหาเรื่อง Interoperability ในปัจจุบันทำให้โปรเจค Axelar เกิดขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้และสร้าง network ที่ทำให้การสื่อสารระหว่าง chain นั้นทำได้โดยง่าย และเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ โดย features สำคัญหลักๆของ Axelar มีดังนี้

1. Plug-and-Play: ทำให้ developer สามารถเชื่อมต่อไปยังบล็อคเชนอื่นๆได้ง่ายเหมือนกับแต่ ต่อ-แล้ว-เล่น
2. Cross-Chain Routing : routing ข้ามเชนได้ง่ายเหมือนเชื่อมต่อ internet
3. Upgradable : ทนทานต่อการ upgrade ได้ (ถ้าส่วนหนึ่งของระบบ upgrade แล้วระบบต้องไม่มี downtime)
4. มีโปรโตคอลสากลที่ทำให้สื่อสารง่าย เหมือน HTTP/HTTPS โปรโตคอล

Axelar

หลักการทำงานของ Axelar

ระบบจะแบ่งเป็นสองส่วนหลักๆคือ

Cross-Chain Gateway Protocol (CGP)

1. เป็น layer ที่จะการธุรกรรมในระดับพื้นฐานเช่น settle การโอน, ส่งข้อมูล/state ข้ามบล็อกเชน, sign txn เพื่อปิด block บน consensus อีกที

2. โดย validator จะทำงานบน layer นี้ด้วยการมี bridge ประจำตัวเพื่อใช้เชื่อมต่อกับ smart contract/end user ในอีก layer นึงคือ CTP

Cross-Chain Transfer Protocol (CTP)

1. จะทำหน้าที่ใช้งานคำสั่งจาก CGP เพื่อสร้างชุดคำสั่งที่ซับซ้อนขึ้นอย่างเช่น smart contract ได้

2. การแบ่ง CTP ออกมา เพราะต้องการทำให้ CTP นั้นถูกเรียกใช้งานได้อย่างง่ายเหมือนเรียก HTTP GET/POST request เลย

อ่านรายละเอียดได้ใน whitepaper

ทีมงานของ Axelar

จาก Concept ที่เล่าให้ฟังจะเห็นได้ว่าโปรเจคนี้มีศักยภาพที่มหาศาลขนาดไหน ที่นี้เรามาลองมองเรื่องของความเป็นไปได้ในการทำให้โปรเจคนี้เป็นจริงขึ้นมาบ้างดีกว่า โดยโปรเจคจะมีโอกาสสำเร็จมากน้อยนั้นก็มาจากเจ้าของโปรเจคและตัวทีมงานนั่นเอง

ทีมของ Axelar นั้นก็ประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีประสบการณ์ในวงการคริปโตมาอย่างยาวนานหลายๆคน โดยเฉพาะ 2  Cofounder อย่างคุณ Sergey Gorbunov และ Georgios Vlachos ที่เป็น Founding Members ของโปรเจคชื่อดังอย่าง Argorand มาดูแลโปรเจคนี้อีกด้วย ดังนั้นเรื่องความสามารถของ Team นี้รับรองว่าหายห่วงมีทั้งฝีมือและประสบการการทำงานในวงการที่เรียกได้ว่าโชกโชนกันแทบทุกคน

ใครสนใจไปติดตามทีมของเค้าก็กดดูตาม link นี้ได้เลย

มาในส่วนของ Backer ของ Axelar กันบ้าง

Backer ของโปรเจคนี้ก็เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาหรือเรียกว่าเข้าขั้นโหดเลยก็ว่าได้มี exchange ระดับโลกอย่าง Coinbase และ Binance เป็น Backer ให้ อีกทั้งมีเจ้าของ Terra Chain อย่างคุณ Du kwon มาเป็น Investor ให้อีกคน หรือไม่ต้องไปที่ไหนไกลก็มี SCB10X บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ของไทยเราก็ไปเป็น VC ให้กับเค้าด้วยเช่นกัน

Axelar

สรุป

จากทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าโปรเจคนี้โหดขั้นเทพขนาดไหน ไล่ตั้งแต่ตัวโปรเจคที่พยายามตอบโจทย์การเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลก Blockchain ที่จะทำให้เชนทุกเชนสามารถสื่อสารและทำงานด้วยกันได้ ถือเป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่และท้าท้ายมากๆนะ ลองคิดดูว่าถ้าในอนาคตที่คริปโตสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานทั่วไปได้ และมี Axelar เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของเชนทุกเชนขึ้นมาจริงๆ โปรเจคนี้จะมีความสำคัญขนาดไหน มันจะก่อให้เกิด Innovative Smart Contracts ในรูปแบบใหม่ๆขึ้นมาได้แบบไม่รู้จบ การแลกเหรียญจากเชนหนึ่งไปอีกเชนหนึ่งจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆด้วยการคลิ๊กเพียงครั้งเดียว หรือ NFTsในเกมส์เกมส์หนึ่งสามารถนำไปใช้กับอีกเกมส์หนึ่งได้ง่ายๆเพียงเชื่อมต่อกับ Digital Wallets ของเราเท่านั้น แค่คิดก็ตื่นเต้นกันแล้วใช่มั้ย 🙂

ส่วนเรื่องของการ Execution หรือการทำให้โปรเจคนี้เป็นจริงได้ผมว่าก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ถ้าดูจากทีมที่มีประสบการณ์การทำโปรเจคใหญ่ๆมาก่อน อีกทั้งมีเหล่า VCs และ Investors เจ้าใหญ่ๆอย่าง Binance, Coinbase, SCB10x เป็น Backers ให้อีก จึงถือว่ามีหลังบ้านที่แน่นและน่าเชื่อถือมากๆเลยครับ

ก็จบไปแล้วกับการแนะนำโปรเจค Axelar โปรเจคที่ (คาดว่า) จะมาปฎิวัติโลกของ Blockchain ให้ก้าวไปสู่ยุคถัดไป ถ้าทุกคนมีความคิดเห็นยังไงก็สามารถแสดงความคิดเห็นเอาไว้ด้านล่างได้เลยนะ ขอบคุณครับ

บทความนี้ไม่ใช่บทความแนะนำการลงทุน รวมทั้งโปรเจคนี้ก็ยังไม่มีเหรียญออกมาให้เราได้ทำการเทรดกันนะครับ แค่อยากเป็นบทความที่แนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆให้เพื่อนๆได้ฟังกันเท่านั้น

.

Reference

https://axelar.network/
https://twitter.com/axelarcore
http://t.me/axelarcommunity
http://discord.gg/aRZ3Ra6f7D


บทความอื่นๆ

https://prototypeth.com/binance-vs-coinbase/
https://prototypeth.com/startup-news-aporia/

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

05/01/2022
Axelar | ว่าที่ Infinity Guantlet ในโลกคริปโต?

"ถ้า Thanos มี Infinity Gauntlet สำหรับรวมพลัง Infinity Stone ทั้ง 6 เม็ดเข้าด้วยกัน Axelar ก็เปรียบเหมือน Infinity Gauntlet ในโลกของคริปโตที่จะเชื่อมโยงบล็อคเชนทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อก่อให้เกิดโลกไร้ศูนย์กลางอย่างแท้จริง" ทิศทางของโลกคริปโตในปี 2022 ในปี 2021 ธีมของ blockchain จะเป็นเรื่องของ NFTs และ Gamefi เป็นหลัก แต่ในปี 2022 นี้เทรนของ blockchain นั้นจะมาในเรื่องของการทำให้ blockchain นั้นสามารถเค้าถึงคนหมู่มากได้ง่าย เพื่อให้เกิด Mass Adoption เหมือนการเปลี่ยนจาก Web 1.0  มาเป็น Web 2.0 ซึ่งการที่จะทำให้ blockchain นั้นเค้าถึงคนหมู่มากได้นั้นก็จะมี 2-3 ประเด็นที่เป็นเทรนที่คนจับตามองกันไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Web 3.0 Infrastructure หรือ Decentralized Cloud […]

Read More
03/05/2021
Binance vs Coinbase: มารู้จักกับ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Cryptocurrency Exchange กัน

หลังจาก Bitcoin เหรียญคริปโตชื่อดังราคาพุ่งเกือบ 10 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี เชื่อว่าทำให้หลายๆท่านน่าจะรู้จักมักคุ้นกับ Cryptocurrency กันมาบ้างแล้ว

Read More
26/04/2021
[StartUp News] Aporia - สตาร์ทอัพที่คอยตรวจสอบระบบ Machine Learning

ในทุกๆวันนี้ Machine Learning ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายๆภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในภาคธุรกิจที่จะใช้ Machine Learning ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และบริหารต้นทุน

Read More

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Subscribe
to our newsletter

apartmentenvelope