Zapier สตาร์ทอัพพันล้าน ผู้คอยเชื่อมแอปพลิเคชั่นกว่า 3000 แอปเข้าด้วยกัน

14/04/2021
Varun

ปัจจุบันตลาดแอปพลิเคชั่นประเภทเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity App) ถูกพลักดันให้เติบโตอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็นแอปช่วยส่งอีเมล แอปสำหรับติดต่อสื่อสาร หรือแอปสำหรับการดูแลลูกค้า ก่อเกิดบริษัทที่ให้บริการธุรกิจประเภทนี้ขึ้นมาเป็นพันๆแห่งทั่วโลก โดยแต่ละเจ้าก็จะมีจุดเด่น จุดแข็งของตัวเองเพื่อสร้างความแตกต่างออกจากคู่แข่ง

.

ซึ่งจุดนี้นี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับเหล่าผู้ใช้งาน เนื่องจากต้องมานั่งคอยสลับใช้งานแอปตัวนั้นที ตัวนี้ที ทำไมเราไม่สามารถใช้งานแอปเหล่านี้ได้พร้อมกันนะ? ถ้าเราสามารถสั่งให้แอปทำงานเชื่อมโยงกันได้จะเป็นยังไร?

.

ถ้าใครอยากรู้ ลองมาฟังเรื่องราวของธุรกิจที่ Prototype Thailand จะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ดู

Zapier สตาร์ทอัพ

.

Zapier คืออะไร

.
หลายๆคนถ้าหากไม่ได้อยู่ในวงการสตาร์ทอัพหรือในบริษัทเทคโนโลยี อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของ Zapier มาก่อนเนื่องจาก Zapier นั้นค่อนข้างเป็นแอปพลิเคชั่นเฉพาะทางที่ใช้ในการสร้างระบบ workflow automation ให้แก่ธุรกิจแต่ละประเภท ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะไม่เคยได้ยินชื่อขอ Zapier มาก่อน

.
ถ้าให้พูดง่ายๆ Zapier ก็คือแอปพลิเคชั่นตัวกลางที่คอยเชื่อมระบบการทำงานของแอปพลิเคชั่นนึงไปยังอีกแอปพลิเคชั่นนึงอย่างอัตโนมัติ เช่น ถ้ามีคนกดสมัครสมาชิกในเว็ปไซต์ของคุณ Zapier จะทำหน้าที่สั่งการให้แอปพลิเคชั่นด้าน Email Marketing (อย่างเช่น MailChimp) สร้างฟอร์มจดหมายแล้วส่งอีเมลยืนยันการสมัครสมาชิกไปหาลูกค้าคนนั้น ในขณะเดียวกัน Zapier ยังสั่งงานให้บันทึกข้อมูลลูกค้าคนนั้นลงใน Goole Sheet ไปพร้อมๆกันได้อีกด้วย

.
จากตัวอย่างที่ยกขึ้นมาจะเห็นได้ว่า Zapier นั้นทำหน้าที่ในส่วนรอยต่อของแต่ละโปรแกรม คอยสั่งการให้แต่ละส่วนทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ จนก่อให้เกิดระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานด้วยตนเอง และไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย

Zapier

Cr : https://zapier.com

.

จุดเริ่มต้นของ Zapier

.
Zapier เริ่มต้นขึ้นในปี 2011 โดยชายสองคนที่ชื่อ Bryan Helmig และ Wade Foster
ในช่วงก่อนที่จะก่อตั้ง Zapier พวกเค้าทำงานเป็นฟรีแลนซ์รับจ้างพัฒนาเว็ปไซต์ให้กับลูกค้า ตรงจุดนี้เองที่ทำให้พวกเค้ามองเห็นแพทเทิร์นบางอย่างที่เหล่าลูกค้ามีเหมือนๆกัน ซึ่งก็คือทุกคนต้องการให้พวกเค้าเขียนโปรแกรมเพื่อเชื่อมโยงแอปพลิเคชั่นนึงไปยังอีกแอปพลิเคชั่นนึงแทบทุกครั้ง

.
สาเหตุนั้นอาจเป็นเพราะว่าการใช้บริการแอปพลิเคชั่นสำเร็จรูป มันดูจะสะดวกและประหยัดกว่าการพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้นมาเองเป็นอันมาก แต่ปัญหาของแอปพลิเคชั่นสำเร็จรูปก็คือ แอปแต่ละตัวไม่ได้ถูกออกแบบให้เข้ากันได้กับทุกธุรกิจ ที่มักมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน

.
ดังนั้นการจ้างคนมาเขียนโค้ดเพื่อเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นแต่ละตัวเข้าด้วยกัน และเลือกใช้เฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องการของแต่ละแอปนั้นจะเป็นทางเลือกที่ดูคุ้มค่า และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าลูกค้าเป็นอันมาก

.
เมื่อ Bryan และ Wade มองเห็นช่องว่างและโอกาสตรงนี้ พวกเค้าจึงเริ่มสร้างสินค้าตัวต้นแบบขึ้นมา (Prototype) เพื่อทดสอบไอเดีย โดยพวกเค้าใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น ก่อนส่งเข้าประกวดในงาน Startup Weekend ที่โคลอมเบีย และสามารถชนะการประกวดได้ในที่สุด

.

เติบโตจาก 0 ถึง 600,000 ยูสเซอร์ภายใน 3 ปี ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่าง

.
หลายๆคนอาจมองว่าสตาร์ทอัพจำเป็นต้องใช้การระดมทุนมหาศาลเพื่อทำโปรโมทสินค้าและทำการตลาดอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง แต่ในกรณีของ Bryan และ Wade นั้นกลับได้เลือกทางเดินที่ต่างออกไปให้กับ Zapier

.
Bryan และ Wade แม้จะชนะเลิศในงาน Startup Weekend แต่เส้นทางของพวกเค้าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกเค้าได้ส่งผลงานไปสมัครที่ Ycombinator บริษัท Startup Accelerator ชื่อดัง แต่ไม่ประสบความสำเร็จลูกปฎิเสธกลับมา

.
อย่างไรก็ตามพวกเค้าก็ยังไม่ย่อท้อแม้จะไม่ได้รับเงินลงทุนก็ตาม พวกเค้าเลือกจะเดินไปในเส้นทางอีกสาย ที่ติดต่อพูดคุยกับลูกค้าโดยตรงแทน ไม่ว่าจะเป็นการโทรคุยผ่าน Skype หรือเข้าไปพูดคุยผ่าน forum ต่างๆ เพื่อมองหาว่าผู้คนต้องการที่จะเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นตัวไหนเข้ากันบ้าง พร้อมทั้งให้คำแนะนำและนำเสนอสินค้าต้นแบบของพวกเค้าให้แก่กลุ่มคนเหล่านั้น เพื่อทดสอบไอเดียของพวกเค้า

.
Wade เล่าว่าแม้วิธีนี้ไม่ได้ดึงดูดลูกค้าจำนวนมากเข้ามาสู่ระบบ แต่มันกลับสามารถทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการแล้วกลับมาซื้อซ้ำได้มากถึง 50%

.

การบริการเป็นอาวุธที่ดีที่สุดของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น

.
Wade เล่าว่า เค้านั้นเชื่อว่าธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จนั้นมีเพียงแค่ 3 ประเภทเท่านั้น
ประเภทแรกก็คือธุรกิจที่มีสินค้าที่ดีที่สุด สามารถขายในราคาที่พรีเมี่ยมที่สุด อย่างเช่น Apple ที่ขาย iPhone

.
ประเภทที่สองก็คือธุรกิจที่สามารถขายสินค้าในราคาถูกที่สุดอย่าง Amazon หรือ Walmart
ซึ่งทั้งสองประเภทแรกนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับบริษัทเกิดใหม่ ที่ไม่มีทั้งเงินทุนและทรัพยากรที่เพียงพอ ที่จะทำเลียนแบบได้

.
Wade จึงกล่าวถึงธุรกิจประเภทที่สามนั่นก็คือ ธุรกิจที่มีการบริการลูกค้าที่ดีที่สุด เค้าบอกว่าการให้ใจเพื่อบริการลูกค้านั้นถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ที่ไม่มีทั้งสินค้าที่ดีที่สุด หรือสินค้าที่ราคาถูกที่สุด การรับฟังและแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ทุกธุรกิจสามารถทำได้ เพื่อเอาชนะเจ้าใหญ่ภายในตลาด

.

การหาลูกค้าที่ยอมซื้อสินค้าที่ (ยัง) ทำงานได้ไม่สมบูรณ์

.
Wade บอกว่าสตาร์ทอัพหลายๆบริษัทยอมให้ลูกค้าใช้ฟรี ในช่วง Beta เวอร์ชั่น ซึ่ง Wade ไม่ยอมทำอย่างนั้น แต่เค้าเลือกที่จะให้ลูกค้าจ่ายเงินใช้บริการของเค้าด้วยราคาพรีเมี่ยมด้วยซ้ำ

.
โดยการให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกของเค้าจ่ายราคาพรีเมี่ยมแบบครั้งเดียว เพื่อแลกกับการใช้งานฟรีตลอดชีวิต (Life Time Deal ) แทนที่จะต้องจ่ายเงินแบบรายเดือน (Subscription) เนื่องจากเค้าต้องการทำให้ลูกค้าเชื่อว่าสินค้าของเค้าสำคัญและมีค่าพอต่อการจ่ายเงินให้

.
จากกลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ Zapier มีฐานผู้ใช้งานที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างก้าวกระโดดภาพในระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น โดยแทบไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจากนักลงทุนเพิ่มเลย

.
*จนถึงปัจจุบัน Zapier ได้ระดมทุนไปเพียง 2.6 ล้านเหรียญเพียงเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับผลประกอบการที่ทำได้ในปัจจุบันและมูลค่าที่ได้รับการประเมินมากกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งฐานลูกค้าที่มีมากกว่า 1 ยูสเซอร์

.

โมเดลธุรกิจของ Zapier

.
รูปแบบธุรกิจของ Zapier เป็นระบบ Subscription แบบรายเดือนที่ให้ผู้ใช้จ่ายตามจำนวน Zaps ที่ใช้งาน (Zaps ในที่นี้หมายถึงจำนวนงานที่ Zapier ทำการเชื่อมต่อจากแอปนึงไปอีกแอปนึง) โดยแพ็คเกจเบื้องต้นนั้น Zapier จะให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ฟรี 100 Zaps ต่อเดือน ซึ่งจุดนี้เป็นข้อดีเพราะเมื่อลูกค้าทดลองใช้จนติดแล้ว ลูกค้ามักยินดีที่จะจ่ายเงินให้กับผลิตภัณฑ์นั้น มากกว่าเปลี่ยนไปใช้บริการของเจ้าอื่น

.
ต้นทุนหลักของโมเดลธุรกิจนี้ก็คือ ค่า API (Application Programming Interface) หรืออธิบายง่ายๆก็คือค่าขอเรียกใช้งานฟังชั่นของแต่ลแอปพลิเคชั่น ซึ่งราคามักจะแตกต่างไปตามนโยบายของแต่ละเจ้า

.

[วิเคราะห์] อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ Zapier หรือ ธุรกิจแบบ Workflow Automation มีมูลค่ามหาศาล

.
ลองคิดดูว่าถ้าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ต้องทำการส่งอีเมลไปหาลูกค้าเป็น 1,000 ฉบับต่อวัน ต้องใช้แรงงานคนกี่คน หรือถ้าทุกครั้งที่ลูกค้ากดสมัครสมาชิก ต้องส่ง SMS ไปให้ลูกค้ายืนยันตัวตนทุกครั้ง ต้องใช้คนจำนวนกี่คนในการทำส่วนนี้ ซึ่งอาจจะบอกได้ว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย โดยปราศจากระบบ Automation ซึ่ง Zapier เป็นเหมือนฟันเฟืองที่คอยขับเคลื่อนเครื่องจักรหลายๆชนิดเข้าด้วยกัน และลดความจำเป็นในการใช้แรงงานคนลงนั่นเอง

.

สถิติที่น่าสนใจของ Zapier

  • Zapier ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011 และมีผู้ใช้บริการกว่า 600,000 ยูสเซอร์ในระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้นหลังจากก่อตั้ง
  • Zapier มีผู้ใช้งานเกิน 1,000,000 ยูสเซอร์แล้วในปี 2020
  • Zapier ระดมทุนไปเพียง 2 รอบ รวมเป็นเงินเพียง 2.6 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสตาร์ทอัพอื่นๆ
  • Zapier ใช้เวลาเพียง 2 ปี ก็สามารถเริ่มสร้างกำไรได้แล้ว
  • ARR (Annual Recurring Revenue) เติบโตขึ้นถึง 5 เท่าจาก 10 ล้านเหรียญเป็น 50 ล้านเหรียญในเวลาเพียง 2 ปี ในช่วงปี 2016 - 2018

.

แล้วเราได้เรียนรู้อะไรจาก Zapier บ้าง

  • การสร้างผลิตภัณฑ์ตัวต้นแบบ (Prototype) นั้นไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน ถ้าเรามั่นใจว่าเรารู้ Insight ของลูกค้าอย่างแท้จริงแล้ว ในกรณีของ Zapier ใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้นในการสร้างตัวต้นแบบและส่งมอบให้ลูกค้าทำการทดลอง
  • สิ่งที่ Zapier ทำและส่งผลให้พวกเค้าประสบความสำเร็จได้อย่างในปัจจุบันนั้นคือการกลับไปสู่พื้นฐานของทุกๆธุรกิจ นั่นก็คือการดูแลและรับฟังลูกค้า ถึงแม้เราจะมีแนวคิดที่ยิ่งใหญหรือมีนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร แต่สุดท้ายแล้วการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้านั้นก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
  • คุณไม่จำต้องหาลูกค้าเป็น 1000 คน มีเพียงลูกค้าที่รักในสินค้าเพียงแค่หยิบมือที่ยินดีที่จะใช้บริการของเราซ้ำก็เพียงพอแล้ว (ถ้าใครเคยฟังทฤษฎี 20:80 เค้าบอกว่าธุรกิจส่วนใหญ่แล้ว 80% ของลูกค้าทำรายได้ให้กับธุรกิจเพียง 20 % ในขณะที่กลุ่มที่เหลือที่เป็นลูกค้าชั้นดีเพียง 20% มักสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ถึง 80 %)
  • การหา Investor และ Funding อาจจะไม่ใช่ทางออกเดียวของสตาร์ทอัพ ถ้าโมเดลธุรกิจของเราดีพอ ธุรกิจก็สามารถทำกำไรด้วยตัวเองได้

References:

https://www.groovehq.com/blog/zapier-interview-with-wade-foster

https://zapier.com

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

03/05/2021
Binance vs Coinbase: มารู้จักกับ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Cryptocurrency Exchange กัน

หลังจาก Bitcoin เหรียญคริปโตชื่อดังราคาพุ่งเกือบ 10 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี เชื่อว่าทำให้หลายๆท่านน่าจะรู้จักมักคุ้นกับ Cryptocurrency กันมาบ้างแล้ว

Read More
26/04/2021
[StartUp News] Aporia - สตาร์ทอัพที่คอยตรวจสอบระบบ Machine Learning

ในทุกๆวันนี้ Machine Learning ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายๆภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในภาคธุรกิจที่จะใช้ Machine Learning ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และบริหารต้นทุน

Read More
21/04/2021
[Tech News] Apple เปิดตัว iMac, iPad Pro รุ่นใหม่ พร้อมสินค้าใหม่ AirTag เครื่องติดตามกันของหาย

ผ่านพ้นกันไปแล้วกับ Apple Event ที่จัดขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยในงาน Apple ได้เปิดตัว iMac กับ iPad Pro รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับ M1 สุดยอดชิพของ Apple ติดตั้งมาให้ด้วย นอกจากนี้ยังมี iPhone สีใหม่มาให้คนได้ฮือฮากัน

Read More

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Subscribe
to our newsletter

apartmentenvelope